jjiiiii
 
สารบัญ
Introduction
About us
กายวิภาคหน้าอก
คุณสมบัติผู้ที่จะผ่าตัด
การปรึกษาแพทย์
ถุงเต้านมเทียม
รูปร่างและผิว
การวัดขนาด
แผลผ่าตัด
ตำแหน่งของถุงเต้านม
การเตรียมตัวก่อนผ่าตัด
การผ่าตัด
หลังผ่าตัด
ปัญหาหลังผ่าตัด
การรับประกันของถุงเต้านม
การแก้ไขพังผืดหดรัด
การลดขนาดปานนมและหัวนม
การเพิ่มขนาดหัวนม
การเลือกขนาดยกทรง
การตกแต่งปานนม
การผ่าตัดยกกระชับเต้านม
การผ่าตัดแก้ไข
หน้าอกผิดปกติ
ผ่าตัดเสริมหน้าอกหลังตัดเต้านม
การนวดหลังผ่าตัด
Faq
Staffteam
Photogallery
Map
Webboard
ปัญหาหลังการผ่าตัด
     

                       หลังการผ่าตัดเสริมหน้าอกอาจมีปัญหาที่เกิดขึ้นได้ดังนี้

      1.ปัญหาเรื่องพังพืดหดรัด( Capsular contracture )เป็นปัญหาสำคัญของการเสริมหน้าอกจึงขอกล่าวในหัวข้อต่อไป
    Sample Image
      2.การเลื่อนเปลี่ยนตำแหน่งของถุงลงล่าง( bottom out ) การเลื่อนของถุงลงล่างมักพบในคนไข้ที่มีรูปร่างผอมบางและมีเนื้อเต้านมน้อยเกิดในคนที่เสริมเหนือกล้ามเนื้อมากกว่าใต้กล้ามเนื้อ ชนิดของถุง
    Sample Image
    เช่นถุงน้ำเกลือหรือถุงเจลพบว่ามีผลต่อการเลื่อนเปลี่ยนตำแหน่งได้พอๆกัน

    การเลื่อนของถุงลงล่างหลังผ่าตัด จะมีปัญหาในกรณีที่ถุงเลื่อนลงต่ำมาก ทำให้หัวนมอยู่สูงเกินไป เมื่อเทียบกับสัดส่วนของเต้านม ถ้าถุงอยู่ต่ำในระยะแรก มักเกิด ในระหว่างผ่าตัด มีการเปิดช่องว่างต่ำเกินไป แต่ถ้าการเคลื่อนเกิดหลังผ่าตัดระยะหลังมักเกิดจากน้ำหนักของถุงเต้านมถ่วงลงล่าง

    การแก้ไข

    ทำโดยผ่าตัดเข้าไปม้วนพังพืดในช่องที่มีอยู่ให้ม้วนสูงขึ้น จนกว่าใต้ราวนมตำแหน่งใหม่ที่ต้องการการผ่าตัด อาจผ่าแผลใต้ราวนมหรือแผลรักแร้ แต่ถ้าเข้าใต้ราวนม จะง่ายที่สุดเพราะสามารถเย็บโพรงเต้านมได้ชัดเจน ถ้าทำแผลรักแร้ก็สามารถทำได้แต่ค่อนข้างยาก

    3.หน้าอกชิดกันเกินไป

    Sample Image

    สาเหตุ

    เกิดจากการที่พยายามทำให้เต้านมชิดกันมากๆโดยการเซาะโพรงด้านในมากเกินไป บริเวณตรงกลางเนื้อให้ร่องดูลึกขึ้น บางครั้งโพรงที่เลาะ 2 ข้างอาจชนกันทำให้โพรงต่อกันได้ เมื่อโพรง 2 ข้างมีรอยต่อกันตรงกลางหน้าอกถุงเต้านมที่ใส่ก็จะชนกันตรงกลางทำให้ไม่มีช่องอกทำให้เหมือนกับมีเต้านมเดียวแทนที่จะมีเต้านม 2 ข้างแยกจากกัน หน้าอกติดกันมักพบในผู้หญิงที่มีรูปร่างผอมเพราะมีเนินเนื้อและไขมันตรงร่องหน้าอกน้อย

                       -คนที่มีหน้าอกบุ๋ม มีโอกาสที่จะเกิดปัญหานี้ได้มากกว่าคนปกติ เนื่องจากลักษณะของหน้าอกจะลาดลงและบุ๋มตรงกลางทำให้ถุงเต้านมเลื่อนเข้าหาตรงกลางมีแรงกดเข้าหากันทำให้หน้าอกชิดกันได้ ในคนที่มีหน้าอกบุ๋ม แนะนำว่าควรใช้ถุงซิลิโคนขนาดเล็ก ก็จะช่วยลดปัญหาดังกล่าว

                       -หน้าอกชิดกัน อาจไม่เกิดขึ้นทันทีหลังผ่าตัด แต่อาจเกิดขึ้นภายหลังโดยอาจเกิดขึ้นตั้งแต่ 2-3 วันหรือหลายเดือนหลังผ่าตัด

    การแก้ไข

    -ทำโดยเย็บผิวหนังและไขมันตรงกลางหน้าอกให้ติดกับกระดูกหน้าอก

    -แผลหรือพังพืดด้านใน จะถูกเปิดและม้วนขึ้นทำให้เนื้อหน้าอกตรงกลางสามารถถูกเย็บติดกระดูกด้านล่างได้

    -เย็บปิดช่องว่างโดยเย็บผิวหนังกลางหน้าอกติดกับกระดูกด้านล่างโดยใช้ไหมที่ไม่ละลายเย็บผิวหนังตรงกลางติดกระดูก

    -เย็บปิดในช่วงหน้าอกด้านข้างบริเวณเต้านมให้แยกจากช่องตรงกลางเพื่อเป็นการป้องกันไม่ให้ถุงเคลื่อนไปตรงกลาง

    (หมายเหตุ  การเย็บปิดโพรงหน้าอกเป็นการเย็บบริเวณด้านในผิวหนังโดยปกติไม่เย็บปิดด้านนอกของผิวหนัง)

    -ขยายช่องว่างออกทางด้านข้าง เพื่อไม่ให้มีแรงกดบริเวณร่องอกระหว่างเต้านมถ้าไม่ขยายโพรงสำหรับใส่ถุงเต้านมก็จะต้องเปลี่ยนถุงเป็นถุงขนาดเล็กลง

    -หลังจากเย็บแผลปิดแผลแล้วอาจต้องใช้ ผ้าก๊อส และพลาสเตอร์ ปิดตรงกลางหน้าอกให้มีแรงกดกลางหน้าอก

    -อาจต้องใช้ยกทรงแบบพิเศษเรียกว่า Thang-bra เป็นยกทรงที่ออกแบบพิเศษ สำหรับคนไข้ที่มีปัญหานี้และผ่าตัดแก้ไข

    -Thang-bra ทำโดยบริษัทหนึ่งที่ยังไม่ได้ นำมาขายในประเทศไทยโดยทั่วไป เวลาสั่ง ให้ส่งรายละเอียดเรื่อง น้ำหนัก ,ส่วนสูง ,และขนาดของยกทรงลักษณะยกทรง Thang-bra เป็นดังรูป

    Sample Image

    4.เลือดคั่งหลังผ่าตัด

    เป็นภาวะที่มีเลือดออกมากในโพรงช่องหน้าอก เลือดที่ออกมาจากเส้นเลือดจะคั่งในช่องว่างที่เราเปิดไว้เพื่อใส้ถุงเต้านมถ้าแผลปิดได้สนิทจะมีแรงกดให้เลือดหยุดไหลได้เอง ก้อนเลือดจะทำให้เต้านมมีขนาดใหญ่ เขียว ช้ำและปวดมาก

                       การแก้ไข ถ้ามีเลือดออกน้อยสามารถหายได้เอง ถ้ามีเลือดออกมากและมีอาการปวดมากอาจต้องทำการเปิดแผลเล็กๆโดยฉีดยาชาไม่ต้องดมยาสลบแล้วดูดเอาก้อนเลือดออก

                       การป้องกัน หยุดยากลุ่มแอสไพรินหรือ บลูเฟนเป็นเวลา 2 อาทิตย์ ก่อนหรือหลังผ่าตัด และหยุดยาสมุนไพรและวิตามินบางชนิดก่อนผ่าตัด การที่มีเลือดออกมาก จะทำให้เกิดการอักเสบภายในโพรงเต้านมมากทำให้มีโอกาสเกิดพังพืดหดรัดได้มาก

    5. ถุงแฟบลง ถุงน้ำเกลือเมื่อใช้ระยะหนึ่ง อาจมีปัญหาเรื่องรั่วหรือเปลือกถุงอาจมีการฉีกขาดได้ทำให้น้ำเกลือรั่วออกดูดซึมเข้าสู่ร่างกายมีผลให้เต้านมเล็กกว่าอีกข้างดังรูป

    Sample Image

                       สาเหตุของการรั่วอาจเกิดจากการนวดเพื่อแก้พังพืดหดรัดในสมัยก่อน ( Closed Capsulotomy )

    การกระทบกระเทือนของเต้านม การกระทบกระเทือนของอุปกรณ์ผ่าตัดหรือกระแทกวัสดุต่างๆก่อนหรือหลังผ่าตัด

                       บริษัทส่วนใหญ่จะรับประกันสามารถเปลี่ยนถุงได้ฟรีถ้ามีการแตกหรือรั่ว แต่ถ้าไม่เกิดจากอุปกรณ์ผ่าตัดแก้พังพืด หรือการนวดเพื่อแก้พังพืด

                       การเติมน้ำเกลือจนมากเกินไป หรือน้อยเกินไปมีผลทำให้ความตึงถุงน้ำเกลือมีมาก จึงมีโอกาสที่ถุงเต้านมจะแตกหรือรั่ว โดยทั่วไปผู้ผลิตจะแนะนำให้เติมน้ำเกลือปริมาณที่กำหนด และไม่ควรเกินปริมาณที่สูงสุดที่กำหนดไว้ กับการเติมน้ำเกลือมากกว่ากำหนด ทำให้หน้าอกดูสวยขึ้นแต่ทำให้มีโอกาสที่ถุงจะรั่ว มากขึ้น

                       การเติมน้ำเกลือน้อยกว่าปกติมีผลทำให้ผิวของถุงม้วนพับลงเนื่องจากไม่มีน้ำเกลือเติมจนตึงการที่ถุงพับลง จะทำให้รอยพับมีการเสียดสีกับขอบเปลือกถุงตลอดเวลาจนมีการฉีกขาดง่าย

                       จากการศึกษาพบว่า จากการรั่วซึมของถุงน้ำเกลือที่ใส่เพื่อการเสริมหน้าอกประมาณ 3-5 % หรือเมื่อการสร้างเสริมเต้านมหรือผ่าตัดมะเร็งเต้านม ประมาณ 5-9 %

    6.น้ำเหลืองคั่ง

    น้ำเหลืองคั่งรอบถุงเต้านม อาจเกิดได้แต่ไม่ใช่ปัญหาใหญ่ถ้าน้ำเหลืองมีน้อยก็ไม่จำเป็นต้องทำอะไร เพราะร่างกายจะดุดซึมกลับเข้าสู่กระแสโลหิตได้เอง แต่ถ้าน้ำเหลืองมีมากอาจจำเป็นต้องเจาะดูดออกโดยใช้เข็มเจาะดูดดู

    DSCN1525.JPG

    7.การเกิดเนื้อตายจากการขาดเลือด

    ปัญหานี้พบได้น้อยมากแต่จะกล่าวถึงสาเหตุและการป้องกัน ปัญหานี้เกิดหลังการผ่าตัดเสริมหน้าอกอาจมีผลที่ให้แผลหายช้าหรืออาจต้องผ่าตัดเอาถุงออก สาเหตุนี้อาจเกิดได้ในกรณีเคยได้รับการฉายแสง ( หลังผ่าตัดมะเร็งเต้านม ),ฉีดเคมีบำบัดมาก่อน ,สูบบุหรี่,เกิดการติดเชื้อ,หรือประคบร้อนหรือเย็นมากเกินไปและการใช้สารสเตียรอยด์ในการผ่าตัด ผลของเนื้อตายรอบๆแผลทำให้มีแผลเป็นกว้างและดูไม่สวยงาม สำหรับผู้ที่สูบบุหรี่ควรหยุดสูบก่อนการผ่าตัดเสริมหน้าอก โดยเฉพาะกรณีที่ผ่าตัดยกกระชับหน้าอกร่วมด้วย ยิ่งมีโอกาสเสี่ยงกับการเกิดปัญหาเนื้อตายหรือแผลแยกได้มากเนื่องจากมีแผลผ่าตัดเพิ่มขึ้น

    8.ความรู้สึกของหัวนมและเต้านม

                       การผ่าตัดบริเวณเต้านมมีผลต่อการรับความรู้สึกของหัวนมและเต้านมโดยอาจจะมีอาการชาหรือมีความรู้สึกไวกว่าปกติอาจเป็นเพียงข้างเดียวหรือ 2 ข้างโดยอาการเปลี่ยนแปลงของความรู้สึกอาจเป็นเพียงชั่วคราว

    หรืออาจเกิดโดยถาวรการเปลี่ยนแปลงนี้อาจมีผลต่อการให้นมบุตรหรือการกระตุ้นทางเพศ

                       หลังผ่าตัดเสริมหน้าอกทุกคนจะมีอาการปวดบริเวณหน้าอกโดยทั่วไป อาการเหล่านี้จะดีขึ้นจนปกติมักไม่พบอาการปวดเรื้อรัง ความรู้สึกของหัวนมอาจมีอาการชาหรือไวกว่าปกติ ขึ้นอยู่กับแต่ละคน แต่ภายหลังนี้จะค่อยๆดีขึ้นเองจนเป็นปกติในบางคนอาจใช้เวลาเป็นปีหรือ 2 ปี แต่ส่วนใหญ่จะหายเป็นปกติก่อน 1 ปี

    9.การรั่วซึมของเจล

                       ซิลิโคนเหลวที่บรรจุในซิลิโคนอาจซึมออกในปริมาณน้อยๆมานอกถุงได้ แต่ส่วนใหญ่จะไม่ซึมออกไปในเนื้อเยื่อปกติ มักจะอยู่ในพังพืดรอบๆถุง

    10.การติดเชื้อ เกิดได้ไม่บ่อย

                       ความเสี่ยงของการติดเชื้อจากการผ่าตัดเสริมหน้าอกเท่ากับการผาตัดอื่นๆปกติการอักเสบหลังผ่าตัดจะเกิดประมาณ 2-3 วันถึง 2-3 อาทิตย์หลังผ่าตัด อาการที่พบคืออาการบวมปวดแดงร้อนบริเวณที่อักเสบ

                       การรักษา -ส่วนใหญ่อาการต่างๆจะดีขึ้นถ้าได้ยาปฏิชีวนะ

                     -ในกรณีที่ให้ยาปฏิชีวนะแล้วอาการไม่ดีขึ้นอาจต้องผ่าตัดเอาถุงเต้านมออกแล้วค่อยเสริมใหม่หลังแผลหายดี 3-4 เดือน

    การป้องกันการติดเชื้อ

                       -ไม่แช่ตัวหรือแผลในอ่างอาบน้ำจนกว่าแผลจะหายสนิทดี ( ประมาณ 2 อาทิตย์หลังผ่าตัด )

                       -งดการว่ายน้ำจนกว่าแผลจะหายดี ( 2 อาทิตย์ )

                       -อย่าเพิ่งใช้ยาทาแผลเป็น ทาแผลจนกว่าแผลจะหายเป็นปกติ

                       -ถ้าเปิดแผลรักแร้ งดใช้ยาระงับกลิ่นกายจนกว่าแผลจะหาย

    11.เส้นเลือดดำอักเสบ

                       การอักเสบของเส้นเลือดดำมีลักษณะเป็นแนวหรือเป็นเส้น ทำให้คลำได้เป็นเส้นแข็ง ไม่ถือกับเป็นภาวะแทรกซ้อน แต่เป็นอาการข้างเคียงที่พบได้บ่อย เส้นเลือดดำอักเสบมักพบเส้นเลือดเป็นแนวบริเวณของเต้านม และนอกบริเวณเต้านม เกิดจากการที่ผ่าตัดเสริมหน้าอกและเพิ่มความตึงของผิวหนัง ทำให้เส้นเลือดมีการอุดตันและอักเสบได้ อาจพบเส้นเลือดอักเสบได้หลายเส้น และอาจพบนอกตำแหน่งที่ผ่าตัด เช่น อาจพบที่ข้อศอกหรือหน้าท้อง

                       การรักษาทำโดย ให้ผ้าอุ่นประคบหรือกับยา ลดการอักเสบเช่นบลูเฟน

    mondors_cordmendorcord_armpit1.jpg

    mondorscord1.jpg

    12.ผลของการผ่าตัดเสริมหน้าอก

                       รูปร่างของหน้าอกหลังผ่าตัดขึ้นกับโครงการของหน้าอกเดิม เนื้อเต้านมและถุงเต้านมที่นำมาประกอบเข้าด้วยกัน ปัญหาความไม่พอใจอาจเกิดจากการเลือกขนาดผิด ตำแหน่งของถุงผิดจากปกติไปมาก หรือแผลเป็นขนาดใหญ่ อย่าลืมว่าโดยทั่วไป ศัลยแพทย์ สามารถทำหน้าอกให้ดีขึ้นกว่าเดิม แต่ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงโครงสร้างให้ผิดแปลกจากเต้านมธรรมชาติได้
    Sample Image

                       ปัญหาที่อาจพบหลังผ่าตัด ความไม่เท่ากันของหน้าอก ซ้ายและขวา แม้ว่าจะเลือกถุงเต้านมขนาดต่างกันเพื่อที่จะแก้ไขให้เต้านมมี ขนาดใกล้เคียงกันแต่ถ้าอย่างไรขนาดก็จะไม่เท่ากันพอดี

                       หลังการผ่าตัดประมาณ 1-2 ปี เต้านมที่เสริมจะคล้อยลงตามธรรมชาติ

    13.ผลต่อการตรวจแมมโมแกรม

                       ถุงเต้านมมีผลต่อการทำ แมมโมแกรมเพื่อตรวจหามะเร็งของเต้านม การผ่าตัดเหนือกล้ามเนื้อจะมีเนื้อเต้านมที่ไม่เห็นจากแมมโมแกรม 25 % ขณะที่ผ่าตัดใต้กล้ามเนื้อจะมีเนื้อที่ไม่เห็นจากแมมโมแกรม ประมาณ 10% ดังนั้นในคนที่มีประวัติครอบครัวและมีความเสี่ยงต่อการเป็นมะเร็งเต้านมได้มาก ควรคิดถึงจุดนี้ก่อนตัดสินใจผ่าตัด

                       หลังการผ่าตัดเสริมหน้าอกยังแนะนำให้ตรวจเต้านมเพื่อหามะเร็ง

    ในระหว่างทำแมมโมแกรมจะมีการกดเต้านมอย่างแรงซึ่งจะมีผลให้ถุงรั่วได้เพราะฉะนั้นควรบอกเจ้าหน้าที่ว่าเคยผ่าตัด เสริมหน้าอก เพื่อที่เจ้าหน้าที่เอ็กซเรย์ จะได้ระมัดระวังขณะที่ทำการกดเต้านม โดยที่ต้องพยายามไม่กดตำแหน่งของถุงเต้านมเพื่อไม่ให้บังภาพเนื่อเต้านมของแมมโมแกรม อย่างไรก็ตามภาพที่ได้จากการใช้เทคนิคนี้จะมีบางส่วนของเต้านมที่ไม่ถูกเอ็กซเรย์ซึ่งทำให้ต้องเอ็กซเรย์เพิ่มในท่าอื่น

    14.การคลำได้ขอบรอบพับของถุง(Wrinking ,Rippling)

                       หลังจากผ่าตัดแล้วเต้านมจะคล้อยลง และเข้าที่มากขึ้นในถุงผิวทราย บริเวณผิวของถุงที่ขรุขระจะดึงพังพืดที่ติดอยู่รอบๆและดึงผิวหนังลงทำให้เกิดรอยบุ๋มขณะ ที่เปลี่ยนท่าทาง อาจเกิดขึ้นได้กับถุงที่ใส่ไว้เหนือหรือใต้กล้ามเนื้อ

                       การป้องกันและการแก้ไขเรื่องพังพืดดึงผิวหนังให้บุ๋มจนคลำได้รอยพับ คือเปลี่ยนถุงจากผิวทรายเป็นผิวเรียบสำหรับกรณีนี้ ถุงซิลิโคนมีโอกาสเกิดปัญหาเรื่องรอยพับหรือรอยบุ๋มได้น้อยกว่าถุงน้ำเกลือ

                       แม้ว่าจะใช้ถุงผิวเรียบ จะมีโอกาสเกิดรอยพับหรือรอยบุ๋มได้เหมือนกันแต่เกิดได้น้อยกว่า

    Sample Image

    15.เต้านมเป็น 2 ลอน (double-bubble)

                       เกิดจากการใส่ถุงเต้านมขนาดใหญ่เกินกว่าเนื้อนมที่มีอยู่เต็มและใส่ไว้ในชั้นใต้กล้ามเนื้อทำให้เต้านมมีขอบเป็น 2 ชั้นแยกจากกันโดยที่ถุงเต้านมจะอยู่ระดับที่ต่ำกว่าขอบราวนมแต่อยู่ใต้กล้ามเนื้อ นมจะคล้อยลงในตำแหน่งที่ต่ำกว่าทำให้มีลักษณะเหมือนมีก้อนเนื้อ 2 ก้อนในเต้านมการเกิดเต้านมเป็น 2 ลอน อาจเกิดขึ้นภายหลัง การเสริมหน้าอกระยะหนึ่งเมื่อหน้าอกมีการคล้อยลงจากการมีบุตรหรือให้นมบุตรแล้วคล้อยโดยที่ส่วนของถุงเต้านมไม่ได้คล้อยด้วย

                       การแก้ไขทำโดยเปลี่ยนขนาดให้มีความกว้างเล็กลงหรือเปลี่ยนระดับการใส่ไว้เหนือกล้ามเนื้อหรืออาจแก้ไขโดยผ่าตัดยกกระชับหน้าอกพร้อมกับ เสริมหน้าอกหรือภายหลังการเสริมหน้าอก

    Sample Image

    16.การสะสมของแคลเซี่ยม ภายในแคปซูลที่หุ้มรอบเต้านมอาจมีการสะสมของแคลเซี่ยมโดยทั่วไปก็ไม่ทำให้เกิดความเจ็บปวดหรือตรวจร่างกายแต่จะมีผลต่อการอ่าน แมมโมแกรม ทำให้อ่านผลจากมะเร็งไม่ได้ การพิสูจน์แยกจากมะเร็งอาจต้องทำการผ่าตัดชิ้นเนื้อมาตรวจ

    17.
    snoopy-breast
    เกิดจากการใส่ถุงเต้านม ไว้ในระดับที่สูงเกินไป โดยการใส่ใต้กล้ามเนื้อในคนที่มีหน้าอกคล้อยอยู่ มาก
    snoopy1-2.jpg

 

 Home      About Us      Breast Implant      Preop Care     Webboard      Contact Us

Copyright © 2007 TheBreastStory.com
ขอสงวนสิทธิ์ในการคัดลอกเนื้อหา หรือส่วนหนึ่งส่วนใดก่อนได้รับอนุญาติจากทางเว็บ
ijjiiii